กลไกสมดุลของธรรมชาติ

Posted by admin | Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Posted on 06-02-2555

เสียงเจื้อยแจ้วของนกป่านานาชนิดที่ส่งเสียงร้องเรียกสมาชิก ซึ่งแยกย้ายกันไปหากินในช่วงกลางวันให้กลับมารวมกลุ่มเพื่อมุ่งหน้าสู่แหล่ง พักพิงเริ่มเงียบลง ท่ามกลางบรรยากาศของท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีแดงส้มเป็นสีเทาดำในทุกขณะ อีกไม่นาน ทั่วทุกพื้นที่ของป่าก็คงถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดอีกครั้งความมืดเข้าปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ทำให้บรรยากาศรอบด้านเริ่มเย็นลง ละอองน้ำที่กระจายตัวเริ่มจับกลุ่มกันกลายเป็นม่านหมอกลอยตัวไม่ห่างจากพื้น ดิน เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผืนป่า เป็นสัญญาณให้มวลหมู่แมลงกลางคืนเริ่มออกมาส่งเสียงปลุกเพื่อน ๆ สัตว์ป่าที่หลับใหลในช่วงกลางวัน ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งกับค่ำคืนของวันใหม่ภายใต้ความมืดมิดของผืนป่าที่ปราศจากแสงสว่างจากไฟฟ้า จะมีก็แต่เพียงจุดแสงเล็ก ๆ ของเจ้าหิ่งห้อยกับแสงจันทร์ในช่วงข้างขึ้น ซึ่งก็ไม่ช่วยให้มนุษย์อย่างเรา ๆ ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ แต่ธรรมชาติก็สร้างให้สิ่งมีชีวิตบางกลุ่มสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขแม้ ในที่มืดมิดเช่นนี้ตามกิ่งก้านของต้นไม้ป่า ซึ่งตอนนี้กำลังติดผลอยู่เต็มต้น ส่งกลิ่นหอมดึงดูดให้สัตว์ป่านานาชนิดแวะเวียนมาใช้ประโยชน์อย่างไม่ขาดสาย ตั้งแต่ในช่วงเช้า ทั้งนกและกระรอกต่างอิ่มหมีพีมันไปตาม ๆ กัน แต่พอความมืดมิดเข้าปกคลุม ก็ใช่ว่างานเลี้ยงจะจบเพียงแค่นั้น กิ่งก้านที่ไหวเอนและเงาตะคุ่ม ๆ ยามราตรีเริ่มเข้าครอบครองต้นไม้ต้นนี้อีกครั้ง และอีกไม่นานงานเลี้ยงอีกรอบก็คงเริ่มขึ้นอีเห็นธรรมดาตัวเขื่องเป็นเจ้าภาพในการเปิดงาน โดยจะเข้ากินบริเวณกลาง ๆ ของเรือนยอดที่กิ่งก้านของต้นไม้สามารถรับน้ำหนักไหว ปล่อยให้เจ้าค้างคาวกินผลไม้ชนิดต่าง ๆ หากินอยู่รอบนอก อีกสักพัก แขกนักร่อนอย่างพญากระรอกบินหูดำหางสีเข้มก็เหินเวหาเข้ามาร่วมงานด้วยอีกตัว แขกบนต้นไม้ทั้งกินทั้งแทะอย่างสนุกสนานจนบางลูกเผลอหลุดมือตกลงไปข้างล่าง คราวนี้ก็ถึงคราวของเจ้าเม่นใหญ่ที่รอรับช่วงอยู่ด้านล่าง นอกจากนั้น ยังมีแขกในช่วงเช้าที่นอนดึกอย่างเจ้ากวางป่าและเก้งที่เดินดุ่ม ๆ หากินลูกไม้หล่นอยู่เบื้องล่าง นกและแมลงกลางคืนต่างส่งเสียงขับกล่อมผู้ร่วมงานไปเรื่อย ๆ จะว่าไปแล้ว งานเลี้ยงยามราตรีก็มีสีสันไม่แพ้ช่วงเช้าเลยทีเดียวสาเหตุที่สัตว์ป่านานาชนิดมีความแตกต่างกันทั้งในช่วงเวลาและ สถานที่ในการหากิน ก็เป็นเพราะกลไกของธรรมชาติช่วยลดการแก่งแย่งในเรื่องอาหาร ทำให้สัตว์ป่าที่ต้องการชนิดอาหารเหมือนกันต้องปรับเปลี่ยนเวลาในการหากินให้ต่างกัน ถ้าต้องหากินในช่วงเวลาเดียวกัน สัตว์ป่าก็จะมีสถานที่หากินที่แตกต่างกัน อย่างอีเห็นธรรมดาจะหากินบริเวณกลาง ๆ เรือนยอด ส่วนค้างคาวหากินบริเวณรอบนอก ปล่อยให้เจ้าเม่นใหญ่หากินลูกไม้ที่หล่นอยู่เบื้องล่าง ส่วนพญากระรอกบินหูดำหางสีเข้มที่อาจต้องหากินในส่วนที่ใกล้เคียงกับอีเห็น ธรรมดาและค้างคาว ก็จะมีพังผืดใช้ร่อนไปต้นอื่นที่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีของกวางป่าและเก้ง ที่ปกติหากินในช่วงเช้าตรู่ถึงพลบค่ำ แต่ในพื้นที่ที่มีการรบกวนมาก ๆ สัตว์ป่าเหล่านี้ก็จะปรับตัวมาหากินในเวลากลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงการล่าเช่นกัน